วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ประชาชนจากทั่วสารทิศแห่จับสลากสอยดาวแน่นวัด เสี่ยงโชครับ “วัว” และ “แกะ”


หนองคาย - ชาวบ้านสองหมู่บ้านจัดงานบุญผะเหวดเทศมหาชาติ นมัสการหลวงพ่อบุญเย็น ประชาชนจากทั่วสารทิศแห่จับสลากสอยดาวแน่นวัด เสี่ยงโชครับ วัวและ แกะ”


       วันนี้ (10 ก.พ. 60) ที่วัดโคกสว่าง ตั้งอยู่ใจกลางระหว่าง หมู่ 7 บ้านหนองแวง กับหมู่ 10 บ้านสว่าง ต.น้ำโมง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย คณะกรรมการหมู่บ้าน ร่วมกับชาวบ้านทั้งสองหมู่บ้าน จัดงานบุญผะเหวดเทศมหาชาติ นมัสการหลวงพ่อบุญเย็น ประจำปี 2560 ขึ้น เพื่อสืบสานประเพณีของคนในท้องถิ่น และสร้างความรัก สมัคสมานสามัคคีของชาวบ้านทั้งสองหมู่บ้าน มีประชาชนจากทั่วสารทิศแห่นมัสการหลวงพ่อบุญเย็น พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของทั้งสองหมู่บ้าน และมีนักแสวงบุญได้พากันเดินทางเข้ามายังวัดโคกสว่าง กันอย่างหนาแน่น เพื่อจับสลากสอยดาวเสี่ยงโชครับ วัวและแกะ โดยปีนี้มีผู้บริจาค วัว 2 ตัว แกะ 1 ตัว ยอดขายบัตรสอยดาวจะทำการมอบให้วัด เพื่อปฏิสังขรณ์บูรณศาสนสถานต่อไป นอกจากจะมีวัวและแกะเป็นรางวัลแล้ว ยังมีเครี่องใช้ในท้องถิ่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้ในครัวเรือนต่างๆ เป็นรางวัลสอยดาว โดยมียอดขายบัตรทั้งสิ้น 150,000 บาท

       สำหรับผู้จับได้ แกะนั้น ได้แก่ นางวสันต์ หลวงศรี ชาวบ้านโพธิ์ตาก หมู่ 2 ต.โพธิ์ตาก อ.โพธิ์ตาก จ.หนองคาย ได้กล่าวว่า ตั้งใจมากราบนมัสการหลวงพ่อบุญเย็น และอธิฐานขอให้จับสลากได้วัว แต่ได้ แกะแทนก็ไม่เป็นไร ตนจะนำไปเลี้ยงที่บ้าน ส่วนเจ้าของแกะ คือ นายราม ใจคำ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 198 หมู่ 10 บ้านสว่าง ต.น้ำโมง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย
      
       ส่วนผู้ที่จับได้ วัว 1 ตัว คือ ด.ช.ธีรวัตร นามบุรี อายุ 13 ปี อยู่บ้านเลขที่ 202 หมู่ 10 บ้านสว่าง ต.น้ำโมง อ.ท่าบ่อ นักเรียนโรงเรียนท่าบ่อ กล่าวเพียงสั้นๆว่า ตนรู้สึกดีใจที่จับได้ วัว และจะมอบวัวให้พ่อตู้ (พ่อปู่) นำไปเลี้ยง ส่วนเจ้าของวัวชื่อ นายวิศรุต ตันสมรส อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 103 หมู่ 10 บ้านสว่าง ต.น้ำโมง อ.ท่าบ่อ มีอาชีพเป็นครูสอนที่โรงเรียนดงเว้นดงเจริญวิทยา ใน อ.เมืองหนองคาย กล่าวว่า ตนเป็นคนในหมู่บ้านอยู่แล้ว ก็มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้านอยู่แล้วก็คือหลวงพ่อบุญเย็น ตนนั้นผึ้งเรียนจบออกมา จะไปสมัครสอบ ก็เลยไปบนบานสารกล่าวต่อพระพุทธรูป ก็คือหลวงพ่อบุญเย็น ก็ปรากฏว่าสอบได้สองที่เลย และก็วันนี้ก็เลยได้มาเอาสัตว์สี่เท้าก็คือ วัวมาถวาย ซึ่งก็มีน้องผู้โชคดีที่ได้วัวตัวนี้ไป ก็อยากจะให้น้องที่ได้ วัวตัวนี้ไปก็หยากให้เก็บรักษาไว้ เลี้ยงดูไว้ ถือว่าเป็นการไถ่ชีวิตโคกระบือไปด้วย จะได้เป็นการทำบุญร่วมกัน


       จากนั้นเวลา 15.00 น. ชาวบ้านทั้งสองหมู่บ้านร่วมกันแห่พระเวสสันดรและพระนางมัทรี โดยพิธีสมมติให้พระเวสสันดรและพระนางมัทรี ไปอยู่ป่าแห่งหนึ่ง (ปากทางเข้าหมู่บ้าน) ซึ่งเป็นที่เริ่มต้นแห่พระเวสสันดร ซึ่งก่อนเริ่มต้นแห่ มีการอาราธนาศีล และรับศีห้าก่อน แล้วทำพิธีบายศรีสู่ขวัญพระเวสสันดรและพระนางมัทรี และนิมนต์พระเทศน์กัณฑ์กษัตริย์ เสร็จแล้วอัญเชิญพระเวสสันดรและพระนางมัทรีเข้าเมือง โดยพระพุทธรูปออกก่อน มีรูปภาพเกี่ยวกับพระเวสสันดรชาดก ซึ่งวาดในแผ่นผ้าขาวยาวหลายสิบเมตร แห่รูปภาพดังกล่าวไปในขบวน มีขบวนนางรำจากเยาวชนในหมู่บ้าน และขบวนนางรำของชาวบ้านทั้งสองหมู่บ้าน ซึ่งมีชาวบ้านจูงลูกจูงหลานแห่ดูพิธีตลอดสองข้างทางที่มีขบวนแห่พระเวสสันดร














ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น