หนองคาย - ภัยแล้ง
บวกกับอากาศเดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว กระทบ “บัว”
ออกดอกน้อย โตไม่เต็มที่ ทำให้ช่วงมาฆบูชาปีนี้
เกษตรกรที่หนองคาย เก็บขายไม่พอกับความต้องการของตลาด ชาวพุทธไม่มีดอกบัวเวียนเทียน
แม่ค้าหันมาขายดอกมัมแทน
วันที่ 9 ก.พ. 60 ก่อนถึงวันมาฆบูชา
เกษตรกรในพื้นที่ ชุมชนแก้วพิจิตรร่วมใจพัฒนา เขตเทศบาลเมืองท่าบ่อ อ.ท่าบ่อ
จ.หนองคาย ได้เร่งเก็บดอกบัวส่งขาย
ให้กับร้านดอกไม้ แต่กลับพบปัญหา ไม่พอขายให้ลูกค้า เพราะออกดอกน้อย
อีกทั้งดอกบัวที่เก็บได้ยังไม่สมบูรณ์ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง
และสภาพอากาศที่แปรปรวน
นางใส สีทะบาน อายุ 56 ปี
เกษตรทำนาบัว กล่าวว่า มีอาชีพทำนาบัวมานานกว่า 10 ปีแล้ว ในแต่ละปีก่อนถึงวันมาฆบูชา
หรือวันพระใหญ่ เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก แต่ปีนี้ต้องผิดหวัง เพราะประสบกับปัญหาภัยแล้ง
และสภาพอากาศแปรปรวน เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว
ส่งผลกระทบต่อดอกบัวไม่เจริญเติบโตเท่าที่ควร ออกดอกน้อย ดอกไม่สมบูรณ์
วันมาฆบูชาปีนี้ตนมีออเดอร์จากร้านขายดอกไม้สั่งซื้อประมาณ 3,000-4,000 ดอก
แต่กลับเก็บส่งขายได้เพียง 500 ดอก และดอกก็เล็กไม่สวยเหมือนก่อน ขายได้เพียงดอกละ
70 สตางค์ ถึง 1 บาท แต่ก็ต้องเก็บขาย ช่วงเมษายนยิ่งหนักเพราะภัยแล้ง บัวไม่ออกดอก
บางพื้นที่แห้งตาย บัวจะออกดอกดีก็ช่วงหน้าฝน
ขณะเดียวกัน ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองท่าบ่อ พบราคาของดอกไม้มีการขยับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
แต่ช่วงนี้ไม่มีดอกบัวขาย ขาดตลาดเพราะบัวไม่ออกดอกตั้งแต่ช่วงอากาศหนาว
และมาประสบกับภัยแล้งซ้ำอีก จึงส่งผลกระทบในวันมาฆบูชา ทั้งนี้ ทางร้านที่จำหน่ายดอกไม้สดจึงจัดเตรียมดอกมัมให้นำไปเวียนเทียนแทนดอกบัว
นางประยูร สีทะบาน อายุ 60 ปี แม่ค้าขายดอกไม้ในตลาดสดเทศบาลเมืองท่าบ่อ
กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลวันมาฆบูชา ทำให้ทั้งดอกบัวและดอกกุหลาบราคาสูงมาก
โดยปรับราคาสูงขึ้นเกินเท่าตัว และเนื่องจากปีนี้น้ำแล้ง จำนวนดอกบัวที่ขายจึงลดลง
และราคาเพิ่มขึ้นอย่างมาก จึงต้องนำดอกมัมมาจำหน่ายแทนดอกบัว
ซึ่งดอกมำสังซื้อมาจาก จ.เชียงใหม่ ในราคามัดละ 300 บาท ในส่วนของดอกดาวเรืองราคาแพงไม่แพ้กัน
รวมไปถึงคอกมะลิก็หายากเช่นกันเนื่องจากไม่ออกดอกและมีราคาสูง ทำให้ดอกไม้บูชาพระในท้องตลาดน้อยลง
แต่ความต้องการของร้านดอกไม้มีจำนวนมากขึ้น ทำให้ราคาในท้องตลาดมีราคาสูงขึ้นตาม
ซึ่งจะเป็นในลักษณะนี้เกือบทุกปี
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น