วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

บัณฑิตหนุ่มจาก มหาวิทยาลัยแม่โจ้ หลังจบการศึกษาตัดสินใจกลับบ้านเกิดที่ จ.หนองคาย ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หันมาปลูกผักไฮโดรโพนิคส์ สร้างรายได้เดือนละ 2 หมื่นบาท

หนองคาย – บัณฑิตหนุ่มจาก มหาวิทยาลัยแม่โจ้ หลังจบการศึกษาตัดสินใจกลับบ้านเกิดที่ จ.หนองคาย ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หันมาปลูกผักไฮโดรโพนิคส์ สร้างรายได้เดือนละ 2 หมื่นบาท


        ที่แม่โจ้ไฮโดรฟาร์ม ชุมชนสระแก้วร่วมใจพัฒนา เขตเทศบาลเมืองท่าบ่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ของนายจตุชัย ใจกลาง  อายุ 26 ปี กล่าวว่า ตนเรียนจบสาขาการเกษตรป่าไม้ ที่มหาวิทยาวัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ เข้าทำงานที่กรมป่าไม้ ที่สถานีวรรณวัฒน์วิจัยหนองกระทิง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ได้ 1 ปีครึ่งจึงลาออก ผันตัวเองมาปลูกผักไฮโดรโพนิกส์ หรือผักไร้ดินปลอดภัยจากสารพิษที่บ้านเกิดที่ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย อาทิ ผักสลัดกรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค บัตเตอร์เฮด ผักกาดขาวใดโตเกียว คะน้า และกวางตุ้งใต้หวัน ซึ่งผักดังกล่าวเป็นที่ตลาดมีความต้องการสูงและมีราคาแพง สร้างรายได้เดือนละ 20,000  บาทเลยทีเดียว
         
        โดยตนนำความรู้ที่มีมาพลิกฟื้นพื้นที่มรดกจำนวน 2 ไร่ แบ่งเป็นปลูกผักไร้ดินปลอดภัยจากสารพิษ 1 งาน ซึ่งการปลูกผักไฮโดรโพนิกส์นั้น ได้ศึกษาด้วยตนเองเพราะเรียนจบทางด้านเกษตรมา โดยใช้ระบบ DRST คือระบบน้ำไหลตลอด 24 ชั่วโมง โดยการใช้น้ำประปา ซึ่งจะพักน้ำประปาไว้ 3 วันเพื่อให้ตกคลอลีนเพื่อไม่ให้เกิดโรคที่มาจากน้ำ  มีระยะเวลาในการปลูกประมาณ 45 วัน ก็เริ่มเก็บผลผลิตได้แล้ว โดยตนจะทำเป็นโรงเรือนยกพื้นสูงแล้วคลุมด้วยมุ้งเพื้อกันแมลง มีทั้งหมด 9 ใน 1 โรงเรือนจะมีหลุมปลูก 1,200 หลุม จัดส่งที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ จ.หนองคาย และขายที่โครงการตลาดสีเขียวหลัง และถนนคนเดินริมโขงของเทศบาลเมืองหนองคาย ซึ่งในอนาคตจะขยายโรงเรือนเพิ่มขึ้น
       นอกจากนี้พื้นที่ที่เหลือยังใช้ทำเป็นบ่อเลี้ยงปลา 1 งาน เศษผักไฮโดรโพนิกส์นั้นก็นำไปเป็นอาหารของปลา ซึ่งบ่อปลาจะใช้ไฟฟ้าจากแผงโซล่าเซลเพื่อล่อแมลงให้ปลากิน โดยตั้งเวลาเปิดปิดแบบอัตโนมัติ ลงทุนอยู่ที่ 4,000 บาท ซึ่งช่วยประหยัดค่าไฟฟ้า  ส่วนที่เหลือก็ปลูกผักสวนครัว เช่น พริก มะเขือ กล้วยน้ำหว้า มะนาว ฟักทอง เพื่อเป็นรายได้เสริมอีกด้วย ซึ่งสิ่งที่ทำมาทั้งหมดก็เพื่อเดินท้าวพ่อหลวง รัชกาลที่ ๙ ในด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นั้นเอง.













ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น