โดยตนนำความรู้ที่มีมาพลิกฟื้นพื้นที่มรดกจำนวน
2 ไร่ แบ่งเป็นปลูกผักไร้ดินปลอดภัยจากสารพิษ 1 งาน ซึ่งการปลูกผักไฮโดรโพนิกส์นั้น
ได้ศึกษาด้วยตนเองเพราะเรียนจบทางด้านเกษตรมา โดยใช้ระบบ DRST คือระบบน้ำไหลตลอด 24 ชั่วโมง โดยการใช้น้ำประปา ซึ่งจะพักน้ำประปาไว้ 3
วันเพื่อให้ตกคลอลีนเพื่อไม่ให้เกิดโรคที่มาจากน้ำ มีระยะเวลาในการปลูกประมาณ 45 วัน ก็เริ่มเก็บผลผลิตได้แล้ว
โดยตนจะทำเป็นโรงเรือนยกพื้นสูงแล้วคลุมด้วยมุ้งเพื้อกันแมลง มีทั้งหมด 9 ใน 1
โรงเรือนจะมีหลุมปลูก 1,200 หลุม จัดส่งที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ
จ.หนองคาย และขายที่โครงการตลาดสีเขียวหลัง
และถนนคนเดินริมโขงของเทศบาลเมืองหนองคาย ซึ่งในอนาคตจะขยายโรงเรือนเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้พื้นที่ที่เหลือยังใช้ทำเป็นบ่อเลี้ยงปลา
1 งาน เศษผักไฮโดรโพนิกส์นั้นก็นำไปเป็นอาหารของปลา
ซึ่งบ่อปลาจะใช้ไฟฟ้าจากแผงโซล่าเซลเพื่อล่อแมลงให้ปลากิน
โดยตั้งเวลาเปิดปิดแบบอัตโนมัติ ลงทุนอยู่ที่ 4,000 บาท
ซึ่งช่วยประหยัดค่าไฟฟ้า
ส่วนที่เหลือก็ปลูกผักสวนครัว เช่น พริก มะเขือ กล้วยน้ำหว้า มะนาว ฟักทอง เพื่อเป็นรายได้เสริมอีกด้วย ซึ่งสิ่งที่ทำมาทั้งหมดก็เพื่อเดินท้าวพ่อหลวง
รัชกาลที่ ๙ ในด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นั้นเอง.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น