วันอังคารที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2560

หนองคาย - พ่อขับรถสิบล้อย้ายที่จอด ไม่รู้ลูกสาววัยขวบเศษเดินตามหลังมา ถอยรถทับศีรษะลูกสาวเสียชีวิต

       เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 มี.ค. 60 พ.ต.ท.วิทยา ลีทอง รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถสิบล้อชนเด็กเสียชีวิตที่ถนนในซอย 2 บ้านพานพร้าว ต.พานพร้าว จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์เวร และหน่วยกู้ภัยประจักษ์
       ที่เกิดเหตุพบศพ ด.ญ.ธันยพร พรมสมบัติ หรือน้องเปิ้ล อายุ 1 ขวบ 4 เดือน สวมเสื้อลายแขนกุดสีชมพูขาว กางเกงขาสั้นสีแดง สภาพศพบริเวณศีรษะกะโหลกแตก โดยมีนายวีระวัฒน์ พรมสมบัติ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23 หมู่ 10 ต.พานพร้าว อ.ศรีเชียงใหม่ ผู้เป็นพ่อขับรถชน ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุนายวีระวัฒน์ และนางปาน วันนะวง อายุ 25 ปี แม่เด็กผู้ตายร้องไห้และตกใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ใกล้กันพบรถสิบล้อทะเบียน 81-3995 หนองคาย บริเวณล้อหลังด้านซ้ายมีคราบเลือดติดอยู่ ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงต่างพากันมาดูเหตุการณ์จำนวนมาก
       นางสมร พรมสมบัติ อายุ 60 ปี แม่ของนายวีระวัฒน์ และเป็นย่าของน้องเปิ้ล เล่าให้ฟังว่า นายวีระวัฒน์ลูกชายของตนมีอาชีพขับรถสิบล้อส่งสินค้า ทุกครั้งจะพาเมียและน้องเปิ้ลไปด้วย ส่วนลูกสาวคนโตเรียนอยู่ชั้น ป.1 ต้องไปโรงเรียนจึงไม่ได้ไปด้วย หลังจากส่งสินค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าทางการเกษตรเสร็จก็จะนำรถสิบล้อมาจอดไว้ที่บ้าน พอรุ่งเช้าก็ไปส่งสินค้าใหม่ ทำเช่นนี้เป็นประจำ ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 08.30 น. นายวีระวัฒน์ได้เดินไปขยับรถไม่ให้จอดขวางถนนในซอย ส่วนนางปาน ลูกสะใภ้ เข้าห้องน้ำ ตนออกไปทำงานที่สวนหลังบ้าน ไม่มีใครอยู่กับน้องเปิ้ล
       พอนายวีระวัฒน์เดินไปที่รถ น้องเปิ้ลนึกว่าพ่อจะพาออกไปแล้วจึงเดินตาม โดยที่ผู้เป็นพ่อไม่รู้ว่าลูกเดินตามหลังไปด้วย เมื่อขับรถถอยหลังจึงชนลูกสาวที่ยืนอยู่ล้มลง นางปานลูกสะใภ้ออกมาจากห้องน้ำเห็นพอดีก็กรีดร้องด้วยความตกใจ นายวีระวัฒน์ลงจากรถได้ก็แทบช็อกเพราะไม่นึกว่าจะถอยรถชนลูกสาวตัวเอง ซึ่งจะตั้งศพน้องเปิ้ลบำเพ็ญกุศลและฌาปนกิจในวันที่ 10 มี.ค.นี้
      ขณะที่ทางตำรวจจะได้รวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ โดยให้นำรถสิบล้อไปจอดไว้ที่ สภ.ศรีเชียงใหม่ โดยยังไม่ได้แจ้งข้อหาใดๆ



หนองคาย - ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานเปิดงานเทศกาลบุญเดือน 4 นมัสการหลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อ ประจำปี 2560 องค์พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำโขงให้การสักการะ

       เมื่อเวลา 09.09 น. วันที่ 8 มี.ค. 60 ที่วัดศรีชมภูองค์ตื้อ บ้านน้ำโมง ตำบลน้ำโมง อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย นายสุชาติ นพวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานเปิดงานเทศกาลนมัสการหลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อประจำปี 2560 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ พ่อค้า ประชาชน เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง
       หลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช เมื่อปี พ.ศ.2105 โดยชาวบ้านน้ำโมงในสมัยนั้น ได้มีมติให้สร้างพระพุทธรูป เพื่อเป็นที่สักการะแด่คนรุ่นหลัง จึงเรี่ยไรเงิน ทองแดง ทอง ทองเหลืองน้ำหนักรวมกันได้ 1 ตื้อ หรือประมาณ 12,000 กิโลกรัม พระสงฆ์และชาวบ้านได้ร่วมกันหล่อเป็นส่วนๆ และหล่อตอนพระเกศเป็นอันดับสุดท้าย แล้วนำมาประกอบเป็นองค์พระประดิษฐานในวัดศรีชมพูองค์ตื้อ หลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ ฝีมือช่างฝ่ายเหนือและล้านช้าง ผสมผสานศิลปกรรมล้านนาและล้านช้าง นับเป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะงดงามมาก ถือเป็นพระปรางซึ่งหล่อด้วยสำริด องค์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดหนองคาย หน้าตักกว้าง 3 เมตร 29 เซนติเมตร สูง 4 เมตร
       สำหรับชาวหนองคายและประชาชนทั่วไปทั้งสองฝั่งไทย-ลาว เชื่อว่าหลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก แม้พระพุทธรูปจำลองที่สร้างขึ้นภายหลังก็ยังเลิศด้วยพระบารมี ในยุคสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชได้กำหนดเป็นพระราชพิธีที่กษัตริย์เวียงจันทร์ต้องเสด็จมานมัสการทุกปีในเดือนสี่ งานนมัสการหลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อหรือประเพณีสมโภชพระเจ้าองค์ตื้อเรียกว่าบุญเดือนสี่หรือบุญผะเหวด จัดเป็นประจำทุกปี กำหนดเอาวันเพ็ญเดือนสี่คือเพื่อให้พุทธศาสนิกชนบำเพ็ญบุญส่งเสริมรักษาประเพณีวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนา เมื่อเทศกาลบุญเดือนสี่มาถึงลูกหลานที่ไปอยู่หรือทำงานต่างถิ่นจะกลับมานมัสการถวายเครื่องสักการะบูชาเพื่อขออานุภาพหลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อคุ้มครองให้ปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวงมีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต.

หนองคาย - มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตหนองคาย ทำพิธีวางศิลาฤกษ์สำอาคารปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ เพื่อใช้เป็นสถานที่ปฎิบัติวิปัสสนกัมฎฐานสำหรับนิสิต เป็นสถานที่ฝึกอบมรม ประชุมสัมมนาทางวิชาการฝึกอบรมนักเรียน เยาวชน และประชาชนผู้สนใจ


       วันที่ 11 ม.ค.60 ที่บริเวณมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตหนองคาย นายจิรศักดิ์ ศรีคชา รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานพิธีวางศิลาฤกษ์สำอาคารปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ โดยมี นายนคร คันธอุลิศ นายวรากร เจียรเสริมสิน นางเพ็ญศรี จารุวัฒนะ นางยาใจ จารุวัฒนะ พร้อมคณะ เป็นเจ้าภาพในการบริจาคเงิน ผ่านพระราชรัตนาลงกรณ์ เจ้าคณะจังหวัดหนองคาย รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ วิทยาเขตหนองคาย ได้ร่วมกันทำพิธีวางศิลาฤกษ์ ก่อสร้างอาคารปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ ชั้นเดียว ขนาดความกว้าง 20 เมตร ยาว 42 เมตร ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 11,000,000 ล้านบาท
       เพื่อเป็นสถานปฏิบัติวิปัสสนากัฎฐานสำหรับนิสิต ที่เป็นฆารวาสและพระสงฆ์ เป็นสถานที่ฝึกอบมรม ประชุมสัมมนาทางวิชาการ ฝึกอบรมนักเรียน เยาวชน และประชาชนผู้สนใจ ได้เป็นอย่างดี.





หนองคาย - นรข.สถานีเรือสังคม จังหวัดหนองคาย รวบ 2 หนุ่มอุดรฯ พร้อมยาบ้าเกือบ 2 พันเม็ด สารภาพรับจ้างขนให้กับคนที่รู้จัก หลังมีเพื่อนแนะนำ จึงลองขนหวังได้เงินไปใช้เที่ยวเตร่บ้าง

       วันmuj 13 มี.ค.60 ที่สถานีเรือสังคม อ.สังคม จังหวัดหนองคาย ร.อ.สมชาย ฤทธิ์อินทร์ รักษาราชการ หัวหน้าสถานีเรือสังคม พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายอาณาจักร พินวิโยค อายุ 19 ปี และนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ทั้งสองเป็นชาว อ.นายูง จังหวัดอุดรธานี พร้อมของกลางยาบ้า 1,817 เม็ด จับกุมได้ที่บริเวณท่าทรายเก่า ริมฝั่งโขง บ้านปากโสม หมู่ 2 ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย

การจับกุมครั้งนี้ เมื่อเวลาประมาณ 06.00 น.วันนี้ (13 มี.ค.) เจ้าหน้าที่ นรข.สถานีเรือสังคม ได้รับแจ้งจากสายว่า จะมีการลักลอบส่งยาบ้าที่บริเวณท่าทรายเก่า ริมฝั่งโขง บ้านปากโสม หมู่ 2 ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และร่วมกันวางแผนการจับกุม โดยจัดชุดลาดตระเวนออกไปดักซุ่มบริเวณที่ได้รับแจ้ง

       กระทั่งเวลาประมาณ 08.00 น. ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาที่บริเวณดังกล่าว และได้มีเรือหางยาวแล่นมาที่บริเวณดังกล่าว เมื่อมาถึงได้ขว้างสิ่งของบางอย่างมาที่ริมฝั่งโขง นายอาณาจักร หนึ่งในผู้ต้องหาได้เดินไปหยิบสิ่งของที่ถูกโยนขึ้นมาจากเรือ แล้วเดินกลับมาที่รถ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวขอตรวจค้น พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่บริเวณคอรถจักรยานยนต์ จึงควบคุมตัวมาที่สถานีเรือสังคม

       สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 2 คนสารภาพว่า รับจ้างขนยาบ้าดังกล่าวให้กับนายมานิตย์ ที่รู้จักกัน ส่วนค่าจ้างยังไม่รู้ว่าจะได้กี่บาท มีเพื่อนๆในหมู่บ้านที่เคยรับจ้างบอกว่าจะได้ค่าจ้างครั้งละ 5-6 พันบาท จึงตัดสินใจมารับขนยาบ้าครั้งนี้ เพื่อจะได้มีเงินไปใช้เที่ยวเตร่ จากนั้นได้ส่งผู้ต้องหาพร้อมยาบ้าให้กับพนักงานสอบสวน สภ.สังคม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

หนองคาย – กลุ่มวิสาหกิจชุมชนไม้กวาดดอกหญ้าลุมพินี ผลิตไม้กวาดดอกหญ้าจากอาชีพเสริมจนกลายเป็นอาชีพหลักของหมู่บ้าน สร้างรายได้วันละ 400 บาท


       วันนี้ (14 มี.ค. 60) ที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนไม้กวาดดอกหญ้าลุมพินี เลขที่ 110 หมู่ 6 บ้านลุมพินี ต.พระพุทธบาท อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย นายจิตติธัช เมืองซอง อายุ 52 ปี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไม้กวาดดอกหญ้าบ้านลุมพินี กล่าวว่า ชาวบ้านมีอาชีพทำนา ทำไร่ ทำสวน รายได้ไม่พอใช้ จึงรวมกลุ่มกันเมื่อปี 2547 ทำไม้กวาดดอกหญ้าขายเสริมรายได้ จนเมื่อปี 2549 ได้จดทะเบียนเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไม้กวาดดอกหญ้าลุมพินีอย่างเป็นทางการ มีสมาชิก  45 คน โดยมี ทหารจากกองอำนวยการรักษาความปลอดภัย หรือ กรป.กลาง และหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดมาให้การสนับสนุน


        “การทำไม้กวาดดอกหญ้า เป็นภูมิปัญญามาจากพ่อแม่ ปู่ย่า ตายายที่ทำมา โดยเริ่มแรกจะนำไปเร่ขายตามหมู่บ้านต่างๆ และพื้นที่อำเภอใกล้เคียง ด้ามละ 12 บาท สำหรับดอกหญ้าไม่ต้องไปหา จะมีคนนำมาขายให้ โดยมัดหนึ่งวัดรอบได้ 1 ฟุต ให้ราคา 45 บาท จากการทำเป็นอาชีพเสริม ทำไปทำมาจนกลายเป็นอาชีพถาวร ปัจจุบันไม่ต้องไปเร่ขายจะมีพ่อค้ามารับซื้อเองถึงที่ ด้ามละ 40-50 บาท มีทั้งในพื้นที่และต่างจังหวัด เช่น จ.เลย, เพชรบูรณ์, แพร่, พิษณุโลก, แม่ฮ่องสอน จนทำแทบไม่ทัน ถือว่าเป็นอาชีพที่ทำให้ชาวบ้านมีรายได้พออยู่ พอกิน และพอเพียง ไม่ต้องไปทำงานที่อื่น โดยแต่ละคนจะมีรายได้วันละ 400 บาท และถือว่าเป็นสินค้าไม้กวาดดอกหญ้าส่งออกอันดับหนึ่งของอำเภอศรีเชียงใหม่ด้วย” นายจิตติธัช กล่าว.


หนองคาย – อำเภอศรีเชียงใหม่ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลพระพุทธบาท จัดโครงการปกป้องและเชิดชูสถาบัญของชาติ เพื่อสร้างความปลองดองสมานฉันท์ และโครงการศูนย์ดำรงธรรม อำเภอยิ้มเคลื่อนที่ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้กับราษฏรบ้านวังน้ำมอก ตำบลพระพุทธบาท


       เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ (14 มี.ค. 60) ที่ ศาลาการเปรียญวัดเทสรังสี บ้านวังน้ำมอก ตำบลพระพุทธบาท อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย นายวรรณพล ต่อพล นายอำเภอศรีเชียงใหม่ เป็นประธานนำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนชาวบ้านวังน้ำมอกกว่า 200 คน ร่วมประกอบพิธีปกป้องและเชิดชูสถาบัญของชาติ เพื่อสร้างความปลองดองสมานฉันท์ และเปิดโครงการศูนย์ดำรงธรรม อำเภอยิ้มเคลื่อนที่ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” โดยทางอำเภอศรีเชียงใหม่ ได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลพระพุทธบาท จัดขึ้น เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจร่วมปกป้องเชิดชูสถาบันพระมหากษัตรย์ สร้างความรักความสามัคคีของประชาชน และขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ อันจะส่งผลให้ประชาชนมีความรักชาติ เป็นรากฐานที่เหนียวแน่นในการพัฒนาประเทศชาติให้มีความมั่นคง ตลอดจนเป็นการนำบริการภาครัฐไปให้บริการประชาชนตามภารกิจของส่วนราชการ และอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน เพื่อรับทราบปัญหาความต้องการของประชาชน ซึ่งจะได้แก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที


        สำหรับกิจกรรมศูนย์ดำรงธรรม อำเภอยิ้มเคลื่อนที่ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ประกอบด้วย การบริการด้านการทันตกรรม ตรวจโรคและดูแลสุขภาพ ฟรี จากโรงพยาบาลศรีเชียงใหม่, กศน.อำเภอศรีเชียงใหม่ บริการด้านการอ่านหนังสือให้กับประชาชน, ธนาคารออมสิน สาขาศรีเชียงใหม่ เปิดให้ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย, การบริการรับเรื่องร้องทุกข์รับทราบปัญหาความต้องการของประชาชน ของศูนย์ดำรงธรรมอำเภอศรีเชียงใหม่ และอื่นๆ อีกมากมาย.










วันเสาร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2560

หนองคาย – ผู้ว่าฯ หนองคาย เป็นประธานประกอบพิธีบวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสทเด็จพระจุลเจ้าเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ณ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย



       เมื่อเวลา 07.15 น. วันที่ 28 ก.พ. 60 ที่ลานเอนกประสงค์หน้าที่ว่าการอำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย นายสุชาติ นพวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานประกอบพิธีบวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสทเด็จพระจุลเจ้าเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยมี นายกนก ศรีวิชัยนันท์ นายอำเภอท่าบ่อ นำคณะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการพลเรือน กิ่งกาชาด ทหาร ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ครู อาจารณ์ พนักงานรัฐวิสาหกิจ คหบดี พ่อค้า และประชาชนใน อ.ท่าบ่อ ร่วมกันประกอบพิธีฯ ทั้งนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคล และเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจข้าราชการ ประชาชน และอนุชนรุ่นหลัง และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงมีต่อบ้านเมืองและประเทศชาติ
      
       
       โดยในการประกอบพิธีบวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสทเด็จพระจุลเจ้าเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระกิตติสารโสภณ เจ้าคณะจังหวัดหนองคาย (ธ) วัดอรัญญวาสี อ.ท่าบ่อ ได้เมตตาเป็นประธานพิธีฝ่ายสงฆ์ นำพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 9 รูป ประกอบพิธีสวดเจริญชัยมงคลคาถา และประกอบพิธีสดัปกรณ์บำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายแด่ดวงพระวิญญาณด้วย

      
       จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ได้นำผู้เข้าร่วมพิธีบำเพ็ญจิตประกอบพิธีถวายพวงมาลัยข้อพระกร จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายเป็นเครื่องราชสักการะ และนำกล่าวถวายราชสดุดี เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมอ่านโองการประกอบพิธีสังเวยบวงสรวงตามแบบโบราณราชประเพณี อัญเชิญดวงทิพย์วิญญาณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงประดิษฐานยังพระบรมราชานุสาวรีย์ด้วย โดยมีนายกนก ศรีวิชัยนันท์ นายอำเภอท่าบ่อ กล่าวรายงานของการประกอบพิธีครั้งนี้


       สำหรับพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่นำมาประดิษฐาน เป็นพระบรมรูปหล่อด้วยโลหะผสม (บรอนซ์) มีขนาดเท่าพระองค์จริง ทรงประทับยืน ฉลองพระองค์ชุดจอมทัพสยาม พระพักตร์มองตรงไปข้างหน้า พระหัตถ์ขวาถือพระสาร พระหัตถ์ซ้ายถือกระบี่
      
     

        ซึ่งทางอำเภอท่าบ่อ ได้ดำเนินการเริ่มก่อสร้างฐานพระบรมอนุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 เมื่อเดือนมกราคม 2560 แล้วเสร็จเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ในการก่อสร้างได้ใช้งบประมาณจากความร่วมมือ ร่วมใจ พลังศรัทธาของชาวอำเภอท่าบ่อ จนทำให้การก่อสร้างสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ และได้อัญเชิญมาประดิษฐานหน้าที่ว่าการอำเภอ.






หนองคาย – ผู้ว่าฯ หนองคาย นำคณะหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดหนองคายและสื่อมวลชน ร่วมดำเนินโครงการผู้ว่าพาไปยาม ครั้งที่ 3 เน้นเพิ่มประสิทธิภาพการผลิดปลานิลกระชังแบบครบวงจร เพิ่มมูลค่า สร้างรายได้ให้กับเกษตรด้านประมง



       เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 28 ก.พ. 60 ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาสัตว์น้ำจืดหนองคาย หมู่ 12 บ้านหัวทราย ต.พานพร้าว อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย นายสุชาติ นพวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ได้นำคณะหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดหนองคายและสื่อมวลชน ร่วมดำเนินโครงการผู้ว่าพาไปยาม ครั้งที่ 3 เยี่ยมชมภารกิจของศูนย์วิจัยและพัฒนาสัตว์น้ำจืดหนองคาย ชมการสาธิตการเพาะพันธุ์ปลาภายในศูนย์วิจัยฯ และชมผลการดำเนินงานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านแปรรูปปลาบ้านกองนาง และเยี่ยมชมผลการดำเนินงานกลุ่มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ที่สุรินทร์ฟาร์ม ของนายสุรินทร์ ยืดยาว เกษตรกรเพาะพันธุ์ปลาบ้านกองนาง ต.กองนาง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย

      
       ทั้งนี้ โครงการผู้ว่าพาไปยาม ครั้งที่ 3 ได้เล็งเห็นความสำคัญด้านการประมงของจังหวัดหนองคาย ซึ่งมีมูลค่า 1,621 ล้านบาท ปลานิลในกระชังแม่น้ำโขงก็เป็นสินค้าเด่น มูลค่า 1,000 ล้านบาท และทางจังหวัดหนองคายก็ได้ให้ความสนับสนุนงบประมาณ เพื่อพัฒนาด้านการประมงตลอดมา โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ตามแนวทางการสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับเศษรฐกิจในประเทศ งบกลุ่มจังหวัด ได้อนุมัติโครงการส่งเสริมความโดดเด่นของผลการผลิต และผลิตภัณฑ์จากภาคเกษตรและประมง ในกิจกรรมส่งเสริมการเลี้ยงปลานิลกระชังแบบครบวงจร จำนวน 29,109,000 ล้านบาท ซึ่งในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตปลานิลแบบครบวงจร “นิลหนองคาย” ส่งขายภายในประเทศและต่างประเทศ สร้างรายได้ให้กับเกษตรด้านประมงอย่างยั่งยืน

       

       ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า ปีนี้ในหนองคาย ด้านการประมงมันเหลือน้อย ดีที่เรามีศูนย์วิจัยฯ ในการที่จะส่งเริมพี่น้องเกษตรกรได้มีอาชีพสร้างรายได้อีกด้านหนึ่ง เราจะเห็นได้ว่าปลานิลเลี้ยงในกระชังสามารถที่จะส่งเสริมรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกร และเป็นอาหารหลัก เป็นแหล่งส่งเสริมสุขภาพ ก็มาดูว่าเราจะขับเคลื่อนอย่างไร นอกจากขายปลาสดๆแล้ว เราก็จะมาเพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูปด้วยการตากแห้ง ทำปลาส้ม หรือจะทำปลาล้า น้ำปลาต่างๆ เราจะเพิ่มความเข้มแข็งในด้านนี้อีก ท้าเราสามารถแปรรูปตรงนี้ได้ มันจะเพิ่มมูลค่าขึ้นมาอีก.






หนองคาย - กองทุนหมู่บ้านชาวชุมชนป่างิ้ว เปิดล่องแพท่องเที่ยวแม่น้ำห้วยโมง เชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ ตามรอยอดีตที่พระเจ้าไชยเชญฐา เจ้าชีวิตผู้ครองนครเวียงจันทน์ ผู้สร้างหลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อ ณ วัดศรีชมภูองค์ตื้อ เขตเทศบาลเมืองท่าบ่อ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย


          ที่ริมฝั่งแม่น้ำห้วยโมง ชุมชนป่างิ้ว หมู่ 1 เขตเทศบาลเมืองท่าบ่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย  กองทุนหมู่บ้านชาวชุมชนป่างิ้ว หมู่ 1 ได้ยกระดับการท่องเที่ยว ด้วยการล่องแพแม่น้ำห้วยโมงเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ กราบไหว้หลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อ ทำบุญ ปล่อยนก ปล่อยปลา ณ วัดศรีชมภูองค์ตื้อ บ้านน้ำโมง เขตเทศบาลเมืองท่าบ่อ โดยการล่องแพ ชมธรรมชาติ และวิถีชิวิตเกษตรกรริมฝั่งแม่น้ำห้วยโมง บ้านเรือน ความอุดมสมบูลย์ทางธรรมชาติริมฝั่งแม่น้ำ และบริการอาหารราคาถูกให้กับนักท่องเที่ยว

          นายวันชัย พรหมมา ประธานกองทุนหมู่บ้านชุมชนป่างิ้ว หมู่ที่ 1 กล่าวว่า ชุมชนแห่งนี้ตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำห้วยโมง ห่างจากวัดศรีชมพูองค์ตื้อประมาณ 2 กิโลเมตร ไปทางทิศเหนือ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาทีถึงวัด และเป็นพื้นที่ราบลุ่มน้ำ เหมาะสำหรับเพาะปลูก ทำสวน ทำไร่ และเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเหมาะสมที่จะเปิดท่องเที่ยวทางน้ำเป็นอย่างมาก เมื่อได้งบประชารัฐมา 5 แสนบาท จึงได้ทำประชาคม และมีการลงมะติกันว่าควรที่จะจัดท่องเที่ยวทางน้ำด้วยการล่องแพ

       “ด้วยพื้นที่เหมาะสม มีความอุดมสมบูรณ์เกี่ยวกับป่าไม้ มีแหล่งน้ำ และมีจุดขายคือหลางพ่อพระเจ้าองค์ตื้อ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธ์คู่บ้านคู่เมือง และเป็นที่เคารพนับถือของคนทั้งสองฝั่งไทย-ลาว และยังเป็นการล่องแพตามรอยอดีตที่พระเจ้าไชยเชญฐา เจ้าชีวิตผู้ครองนครเวียงจันทน์ ได้ล่องแพมาที่แม่น้ำห้วยโมง และมาสร้างหลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อไว้เมื่อราวปี พ.ศ. 2105 โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและลาว เดินทางมากราบไหว้หลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อเป็นจำนวนมาก จึงเห็นว่าน่าจะดึงนักท่องเที่ยวมาล่องแพได้เป็นส่วนหนึ่ง

       โดยไม่มีการจำหน่ายเครื่องดื่ม อาหาร และได้มีการสอดส่องตักเตือนเรื่องความปลอดภัยในการลงเล่นน้ำด้วย และเหมาะที่จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวคลายร้อนอีกที่หนึ่ง ซึ่งมีน้ำใส เย็นสบาย ปลอดภัยมีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอด เมื่อชาวบ้านผู้นำชุมชนเห็นศักยภาพตรงนี้ จึงร่วมกันพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวใกล้บ้าน  เป็นการเปิดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยมีทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นทุนอยู่แล้ว สร้างรายได้สู้ชุมชนอีกทาง” นายวันชัย กล่าว.