วันเสาร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2560

หนองคาย - รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติยกด่าน ตม.หนองคายชูเป็นหนองคายโมเดล เหตุเป็นด่านต้นแบบให้ด่านสากลทั่วประเทศเป็นแบบอย่าง หลังผลการบูรณาการทุกหน่วยงาน รวมถึงประสานประเทศเพื่อนบ้านได้ผล

       วันที่ 1 มี.ค. 60 ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 อ.เมืองหนองคาย นายปกรณ์ ศรีจันทร์งาม รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ นำคณะตรวจติดตามและเก็บข้อมูลการบริหารงานของด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว งานตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย โดย พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา ผบก.ตม.4, นายประสงค์ คงเคารพธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย, พ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา ผกก.ตม.หนองคาย, รวมถึงเจ้าหน้าที่จาก สปป.ลาว นำโดยนายสายแก้ว นันทะลาด คณะกรรมการสะพานมิตรภาพลาว-ไทย พร้อมเจ้าหน้าที่ประจำด่านสะพานฝั่งลาวเข้าร่วมประชุม

       นายปกรณ์ ศรีจันทร์งาม รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวว่า ผลปฏิบัติงานของด่านตรวจคนเข้าเมืองหนองคายเป็นที่น่าพอใจทุกด้าน โดยเฉพาะการบูรณาการกับหน่วยงานข้างเคียงและประเทศเพื่อนบ้าน จึงยกให้เป็นด่านนำร่อง “หนองคายโมเดล” One Single Stop ซึ่งด่านสากลทุกแห่งทั่วประเทศจะต้องบริหารงานให้ได้ผลเช่นเดียวกับที่นี่ ในครั้งนี้จึงมาเก็บข้อมูลและรายงานผลการดำเนินงานเพื่อนำไปสู่การพัฒนาและยกระดับด่านสากลทั่วประเทศให้ได้คุณภาพเช่นที่ด่านหนองคายทำเป็นต้นแบบ

       ด้าน พ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา ผกก.ตม.หนองคาย กล่าวว่า การปฏิบัติงานของตรวจคนเข้าเมืองหนองคายที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 ที่ผ่านมาสถิติคนเข้าออกเพิ่มขึ้นทุกปี เฉลี่ยปีละ 5 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นคนลาว, เวียดนาม, เกาหลีใต้, จีน ตัวเลขคนต่างชาติขออยู่ต่อเพิ่มขึ้นร้อยละ 8 การเข้าออกของบุคคลเพิ่มขึ้น ต้องเข้มงวดคัดกรองบุคคลเข้าออกประเทศเพื่อป้องกันปัญหา พ.ร.บ.คนเข้าเมือง, ค้ามนุษย์ และอาชญากรรมข้ามชาติ

       ตรวจคนเข้าเมืองหนองคายได้คัดกรองบุคคลเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว และปฏิเสธการเข้าประเทศ ในปี 2559 ปฏิเสธการเข้าประเทศและผลักดันกลับประเทศประมาณ 8,000 คน ส่วนปราบปรามการกระทำผิดนั้นได้จับกุมคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง การลักลอบค้ามนุษย์ บุคคลตามหมายจับทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง และประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านจนทำให้มีผลงานเป็นรูปธรรม จนได้รับการคัดเลือกให้เป็นด่านสากลต้นแบบนำร่องของประเทศไทย.



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น