เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 28 ก.พ.
60 ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาสัตว์น้ำจืดหนองคาย
หมู่ 12 บ้านหัวทราย ต.พานพร้าว อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย นายสุชาติ นพวรรณ
ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ได้นำคณะหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดหนองคายและสื่อมวลชน
ร่วมดำเนินโครงการผู้ว่าพาไปยาม ครั้งที่ 3 เยี่ยมชมภารกิจของศูนย์วิจัยและพัฒนาสัตว์น้ำจืดหนองคาย ชมการสาธิตการเพาะพันธุ์ปลาภายในศูนย์วิจัยฯ และชมผลการดำเนินงานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านแปรรูปปลาบ้านกองนาง
และเยี่ยมชมผลการดำเนินงานกลุ่มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ที่สุรินทร์ฟาร์ม
ของนายสุรินทร์ ยืดยาว เกษตรกรเพาะพันธุ์ปลาบ้านกองนาง ต.กองนาง อ.ท่าบ่อ
จ.หนองคาย
ทั้งนี้ โครงการผู้ว่าพาไปยาม ครั้งที่ 3
ได้เล็งเห็นความสำคัญด้านการประมงของจังหวัดหนองคาย ซึ่งมีมูลค่า 1,621 ล้านบาท ปลานิลในกระชังแม่น้ำโขงก็เป็นสินค้าเด่น
มูลค่า 1,000 ล้านบาท และทางจังหวัดหนองคายก็ได้ให้ความสนับสนุนงบประมาณ
เพื่อพัฒนาด้านการประมงตลอดมา โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560
ตามแนวทางการสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับเศษรฐกิจในประเทศ งบกลุ่มจังหวัด
ได้อนุมัติโครงการส่งเสริมความโดดเด่นของผลการผลิต และผลิตภัณฑ์จากภาคเกษตรและประมง
ในกิจกรรมส่งเสริมการเลี้ยงปลานิลกระชังแบบครบวงจร จำนวน 29,109,000 ล้านบาท ซึ่งในการจัดกิจกรรมครั้งนี้
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตปลานิลแบบครบวงจร “นิลหนองคาย”
ส่งขายภายในประเทศและต่างประเทศ สร้างรายได้ให้กับเกษตรด้านประมงอย่างยั่งยืน
ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย
กล่าวว่า ปีนี้ในหนองคาย ด้านการประมงมันเหลือน้อย ดีที่เรามีศูนย์วิจัยฯ
ในการที่จะส่งเริมพี่น้องเกษตรกรได้มีอาชีพสร้างรายได้อีกด้านหนึ่ง เราจะเห็นได้ว่าปลานิลเลี้ยงในกระชังสามารถที่จะส่งเสริมรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกร
และเป็นอาหารหลัก เป็นแหล่งส่งเสริมสุขภาพ ก็มาดูว่าเราจะขับเคลื่อนอย่างไร
นอกจากขายปลาสดๆแล้ว เราก็จะมาเพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูปด้วยการตากแห้ง ทำปลาส้ม
หรือจะทำปลาล้า น้ำปลาต่างๆ เราจะเพิ่มความเข้มแข็งในด้านนี้อีก ท้าเราสามารถแปรรูปตรงนี้ได้
มันจะเพิ่มมูลค่าขึ้นมาอีก.








ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น