ที่ทำการชมรมผู้สื่อข่าวภูเก็ต ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นางสาวปวิตรา กองกำพล อายุ 32 ปี ชื่อเล่น พลอย ภูมิลำเนาเดิม จังหวัดราชบุรี ประกอบอาชีพรับจ้างนวดสปาร้านนวดสปาแห่งหนึ่งใน ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต นำเอกสาร หลักฐาน พร้อมด้วยหนังสือ เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อสื่อมวลชนจังหวัดภูเก็ต และขอความช่วยเหลือ ต่อนางชญาทิพย์ จิตหลัง ยุติธรรมจังหวัดภูเก็ต เพื่อให้ช่วยต่อสู้คดีในศาลชั้นอุทธรณ์ หลังจากศาลชั้นต้น จังหวัดตรัง มีคำตัดสินพิพากษาให้จำคุกเป็นเวลา 10 ปี เมื่อวันที่ 2 เมษายน2559ที่ผ่านมา ในข้อหาชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายต่อกายหรือใจ โดยทรัพย์ดังกล่าวประกอบด้วยสร้อยคอและพระเครื่องหลวงพ่อโสธร มูลค่ากว่า 7 แสนบาท ทั้งที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
นางสาวปวิตรา กล่าวด้วยเสียงเครือๆ ว่า ตนตกเป็นแพะในคดีดังกล่าว เพราะไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการขโมยทรัพย์สินตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด และไม่เคยเดินทางไปที่ จ.ตรัง ในช่วงเวลาที่มีการระบุว่ามีการก่อเหตุ โดยขณะนี้คดีอยู่ในศาลชั้นอุทธรณ์ ที่ จ. ตรัง และขอประกันตัวออกมาต่อสู่คดี เหตุที่ต้องมาร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากมีความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เพราะจะต้องไปรายงานตัวที่ศาล จ.ตรังทุกเดือน ด้วยข้อจำกัดของรายได้ที่มีไม่มากนัก เพราะส่วนหนึ่งต้องส่งเสียลูกวัยสิบขวบเพียงลำพัง และไม่มีเงินในการว่าจ้างทนายความเพื่อต่อสู้คดี
"จากหลักฐานที่ทางตำรวจหาดสำราญ จังหวัดตรังนำมาใช้ซึ่งเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด ที่ทางผู้เสียหายระบุว่าหญิงในภาพชื่อพลอย ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับชื่อของตน แต่หากดูรูปพรรณแล้วไม่ใช่รูปของตนเลย จึงอยากขอให้ทางยุติธรรมจังหวัด ช่วยตรวจสอบหลักฐานในคดีนี้ให้ใหม่ ทั้งภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด รวมถึงตรวจสอบวัตถุพยานอื่นๆ อีกครั้ง ทั้งหมายเลขโทรศัพท์ที่อ้างว่าตนเองใช้ติดต่อกับผู้เสียหาย และลายนิ้วมือในที่เกิดเหตุ เนื่องจากที่ผ่านมาเคยร้องขอให้ตรวจสอบวัตถุพยานดังกล่าว แต่กลับไม่มีความคืบหน้า นอกจากนี้ตนอยากขอร้องให้ผู้เสียหายในคดีนี้มาพบกันสักครั้ง เพราะที่ผ่านมาตนและผู้เสียหายไม่เคยเจอมาก่อน แม้กระทั่งวันที่มีการไต่สวนบนชั้นศาล ผู้เสียหายก็ชี้ตัวผ่านทางวิดีโอคอล" นางสาวปวิตรากล่าว
สำหรับคดีนี้ตำรวจสถานีภูธรหาดสำราญ จังหวัดตรัง ได้ขออำนาจศาลจังหวัดตรัง ออกหมายจับนางสาวปวิตรา เมื่อปี2554 จากการที่ผู้เสียหายเข้าแจ้งความว่า ถูกพนักงานร้านอาหารแห่งหนึ่งในจังหวัดตรัง ชื่อ พลอย มอมยา ขณะที่ดื่มกินกันอยู่ภายในรีสอร์ท ก่อนจะชิงทรัพย์เป็นพระเครื่องหลวงพ่อโสธรและสร้อยคอมูลค่ากว่า 7 แสนบาท จนกระทั่งตำรวจมาจับกุมตัว นางสาวปวิตรา หรือ พลอย ที่ระบุว่า กำลังเป็นแพะในคดีนี้ได้ที่จังหวัดภูเก็ตเมื่อปี 2559 ภายหลังจากที่จำเลยไปติดต่อราชการที่ตำบลกะรน อ.เมืองภูเก็ต ซึ่งนับจากช่วงที่เกิดเหตุ จนกระทั่งทราบว่ามีหมายจับผ่านมากว่า 5 ปี
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด มีรายงานว่า ทางยุติธรรมจังหวัดภูเก็ต ได้รับเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ระบบกองทุนช่วยเหลือของยุติธรรมจังหวัดแล้ว เพื่อตั้งทนายความให้ความช่วยเหลือนางสาวปริตาต่อไป
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น