หนองคาย – เป็นเรื่องใหม่ในพื้นที่ เมื่อเกษตรกรชาวปทุมธานี ยึดการปลูกส้มมา 30
ปี ย้ายจากปทุมธานี มาปลูกส้มบางมดที่ อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย เน้นปลูกส้มใช้ปุ๋ยคอก
ไร้สารเตมี ปลูกเองขายเอง ปลูกแค่ 20 เดือนก็มีส้มให้เก็บ รายได้ดีวันละ 2
หมื่นบาท
ที่สวนส้มจอมขวัญ
บ้านนาโพธิ์ ต.หนองปลาปาก อ.ศรีเชียงใหม่
จ.หนองคาย ซึ่งกำลังออกลูกเต็มต้น ของนายสมบูรณ์ แสงเทพ อายุ 40 ปี และนางสาวฤดี พวงจำปา อายุ 39 ปี ย้ายสำมโนครัวจาก จ.ปทุมธานี มาอยู่ที่บ้านเลขที่ 115 หมู่ 6 บ้านยอยใฮ ต.พานพร้าว อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย
สองสามีภรรยากำลังรดน้ำส้มและเก็บผลส้มจากต้น เพื่อเตรียมนำไปเร่ขายตามตลาดนัดในพื้นที่
จ.หนองคาย
นางสาวฤดี กล่าวถึงที่มาที่ไปของการปลูกส้มว่า ด้วยความที่เป็นเกษตรกรปลูกส้มมา 30 ปี มีที่ดินทั้งหมด 150 ไร่ ที่คลอง 8 จ.ปทุมธานี ปลูกส้มสายน้ำผึ้งและบางมด ปลูกจนขนาดลูกเท่าลูกมะนาวแล้วกำลังจะได้เงินก็เกิดผลร่วงตายไม่รู้สาเหตุ คาดอาจเกิดจากการใช้สารเคมีปลูก ต้องขายที่ทำกินทิ้ง ก็เลยไม่รู้จะทำอะไรต่อ เห็นว่าตนเองมีความรู้เรื่องส้มก็เลยมาขายส้ม แต่ไม่รู้ว่าจะไปขายที่ไหนดี พอดีได้ไปเที่ยวที่ สปป.ลาว เห็นเขาขายส้มที่ตลาดหัวดินกิโลกรัมละ 5.000 กีบตกเป็นเงินไทยก็ 20 บาท เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ส้มเบอร์ 2 เบอร์ 3 จะตกอยู่ที่กิโลกรัมละ 4-5 บาท ผลต่างมันเยอะก็น่าจะขายได้ ก็เลยติดต่อว่าจะข้ามลาวยังไง เสียภาษีเท่าไหร่และเข้าทางไหนที่ถูก ก็เลยไปสอบถามพ่อค้าแม่ค้าในลาว เขาก็บอกว่าฝั่งไทยก็ที่จุดผ่อนปรนบ้านหม้อ อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย เป็นแหล่งขนเข้ามาก็เลยมาติดต่อฝั่งไทย
จากนั้นเราก็เริ่มขาย
พอเริ่มขายวันแรกไม่มีใครรู้จักเลยว่าเราเอาส้มบางมดไปขาย
ส้มบางมดที่ไทยมันจะเป็นลูกลายๆ ซึ่งทางคนลาวไม่ชอบ เขาบอกว่าเป็นส้มขี้นกที่นี้เขาไม่กิน
เขากินแต่ส้มผิวสวยๆ เพราะเขาต้องการเอาไปใส่บาตร เขามีความคิดที่ว่าท่าใส่บาตรของสวยเขาก็จะสวย
เมื่อเราเอาส้มไป 3 ตันก็คิดแล้วว่าจะทำอย่างไรถึงจะขายได้หมด
ท่าขายราคาเดิมไม่มีใครซื้อ ก็เลยดั้มราคากิโลกรัมละ 5 บาท
จากนั้นมาก็มีคนรู้จักทั้งตลาด จากนั้นก็เริ่มหาที่ปลูกส้มใน อ.ศรีเชียงใหม่
เพื่อประหยัดค่าขนส่งไม่ต้องเสียค่าขนส่ง ไปไกลเท่าไหล่ก็ได้ ไม่ต้องขายเต็มคันรถก็ได้
ก็เลยได้ที่แถวบ้านนาโพธิ์ ต.หนองปลาปาก พื้นที่ 32 ไร่ เจ้าของที่ขายให้ไร่ละ
70,000 บาท เนื่องจากพื้นที่ใช้ประโยชน์ไม่ได้เพราะน้ำท่วม คั้นตอนแรกก็เริ่มต้นปรับระดับดินก่อนเพื่อให้ดินเสมอกัน
ท่าไม่ปรับดินให้เสมอกันระดับน้ำก็ไม่ได้
บางที่จะสูงบางที่จะต่ำทำให้ส้มบางที่จะแชะน้ำเกินไป
เมื่อปรับพื้นที่ได้แล้วเราก็ทำร่องโดยร่องของพื้นที่ปลูกส้มจะกว้าง 6 เมตร
และร่องน้ำจะกว้าง 1.50 เมตรลึก 1.50 เมตร
ทำเป็นสามเหลี่ยมเพื่อให้เรือรดน้ำในร่องไปได้
อีกหย่างเพื่อป้องกันดินพังด้วยและปล่อยให้ให้หญ้าขึ้นเพื่อรักษาดินเอาไว้
จากนั้นเราก็ลงส้มซึ่งก่อนที่จะลงก็ได้เอาปุ๋ยคอกลงไปก่อน โดยรอบๆ
ต้นส้มทำเป็นแอ่งนิดหน่อยไม่ต้องทำเป็นแอ่งมากเพราะส้มไม่ต้องการน้ำมากต้องการแค่ความชื้นก็พอ
ในการดูแลรักษาจะใช้เปลือกถั่ว ขี้ไก่ ขี้หมู ที่เขาทำเป็นแก๊สหุงต้มแล้ว
ซึ่งจะสั่งซื้อที่ จ.ปทุมธานี เพราะที่นั้นมีเยอะ
และจะทำการรดน้ำตอนเช้าเพื่อล้างน้ำหมอก
ซึ่งส่วนมากมันจะมีราน้ำค้างเพื่อล้างให้น้ำค้างออกไป
แต่ว่าที่นี้ไม่มีสารพิษเหมือนที่ปทุมธานี หมอกก็ไม่มีสารอะไรที่จะทำให้ส้มเป็นโรค
แต่มันยังทำให้ส้มแตกยอดขึ้นมาอีก ซึ่งสามารถรดน้ำเช้าเย็นเป็นปกติ
ซึ่งปกติแล้วนั้นจะมีช่วงที่กักน้ำ โดยจะรดน้ำส้ม 45 วันช่วงใบอ่อนถึงใบแก่
และจะหยุดน้ำเพื่อให้ส้มทำรุ่นใหม่
“แต่พอดีดินแปลงนี้เราแทบจะไม่ได้ทำรุ่นเลย
มันออกดอกเองทุกวัน ทุกเดือน ซึ่งมีตั้ง 5 รุ่น
เราไม่ต้องทำรุ่นอะไรเลยก็มีส้มเก็บทั้งปี ท่าเป็นสวนอื่นหรือที่อื่นจะต้องทำทุก
45 วัน ส่วนแปลงนี้ส้มอายุ 20 เดือนยังไม่เคยกักน้ำเลย
เราก็มีลูกเก็บและแถมมีลูกใหญ่ไม่พอ เรายังมีลูกเท่ามะนาว เท่าหัวนิ้วโป้งมือ
และก็นิ้วก้อย เท่าหัวไม้ขีด และก็ออกดอกใหม่ ตอนนี้หยุดไปขายที่ลาวเพราะลาวต้องคัดเบอร์
เราเก็บส้มตอนนี้ได้ 2-3 หลัง จะทำเป็นเบอร์ 0 เบอร์ 2 เบอร์ 3 อย่างนี้ทำไม่ได้
มันจะได้แค่เบอร์ 0 อยู่ที่ 5 กิโลกรัม เบอร์ 1 อยู่ที่ 3 กิโลกรัมประมาณนั้น
เราต้องไปนั่งขายเองตามลาดนัดที่ อ.ศรีเชียงใหม่ อ.ท่าบ่อ อ.เมืองหนองคาย
และศุลกากรหนองคาย ขายกิโลกรัมละ 50 บาท มีทั้งขาย ทั้งชิม
ทั้งแจกเพื่อให้คนรู้จัก เท่าที่เก็บมาเลื่อยๆ ก็จะได้ส้ม 20 ลัง เอาไปขายได้เงินวันละ
20,000 บาท โดยส้มจะได้ผลดีก็ช่วงเดือนเมษายน” นางสาวฤดี เจ้าของสวนส้มกล่าว.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น